Review Book พ่อรวยสอนลูก
posted on 11 Feb 2008 23:03 by bond555 in ReviewBook
RICE DAD POOR DAD
หนังสือเล่มแรกที่ผมจะขอแนะนำให้ไปอ่านกันคือหนังสือ Rich Dad Poor Dad นั้นเองหรือมีชื่อในภาษาไทยว่าพ่อรวยสอนลูก ซึ่งผมคิดว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ที่มีการแข่งขันกันสูง หนังสือเล่มนี้เขียนออกมาได้ดีมาก อ่านแล้วให้แง่คิดหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการคิดของคนรวยแตกต่างกับคนจนยังไงอะไรที่ทำให้รวย ทำยังไงให้เป็นเจ้าของกิจกาจแทนที่จะเป็นลูกจ้าง หนังสือเล่มนี้ มีนวนภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายมีการเปรียบเทียบไว้อย่างมากมาย อ่านแล้วเห็นภาพตาม และที่สำคัญหนังสือเล่มนี้ยังตั้งคำถามกับคนอ่านได้ดีด้วย กล่าวคือ "ทำไมผมถึงมาเป็นเจ้าของกิจการหรือครับ ....ก็เพราะผมต้องการออกจาก "สนามแข่งหนู" ถ้าอยู่ห่างจากโลกของคนอยากรวยสักหน่อย คำตอบแบบนี้อาจทำให้ฟังแล้ว "งง" แต่เชื่อเถอะว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีคำตอบทำนองนี้ และนี่คืออิทธิพลของหนังสือดัง "พ่อรวยสอนลูก" จะเห็นได้ชัดเจนว่า "สนามแข่งหนู" กลายเป็นวลีเรียกขานสถานการณ์ของการดิ้นรนทางการเงิน ของบรรดา "ลูกจ้าง" (ซึ่งไม่มีวันรวย) ได้อย่างสะใจ ซึ่งเปรียบวังวนแห่งการเป็นลูกจ้างเหมือนสาละวนวิ่งไปอย่างไร้จุดหมายด้วยอาการตะเกียกตะกายของ"หนู" เพื่อหาหนทางหลุดพ้นความคับข้องใจจากการทำงานรับเงินเดือนไปวันๆ และ คำสอนที่หนังสือเล่นนี้ให้กับผมที่ผมชอบมากอีกคำหนึ่งก็คือ "คนรวย ไม่ได้ ทำงานเพื่อเงิน แต่ใช้เงินทำงาน" สำหรับผมเป็นข้อความที่ดีมากเลยที่เดียวที่ และยังมีข้อความดีๆที่ให้แง่คิดไว้อีกมากในหนังสือเล่มนี้ต้องลองไปหาอ่านกันนะครับ
แง่คิดของหนังสือเล่มนี้ผมจะเล่าให้ฟังคราวๆคือ
พ่อรวย บอกว่าในโลกนี้มีคน 4 ประเภท ถ้าเราทำงานกินเงินเดือน เราก็เป็น ลูกจ้าง หรือ E- Employee ถ้าเรามีธุรกิจส่วนตัวแต่ต้องทำเองเกือบทั้งหมด เราก็อยูในกลุ่ม S-Self Employed ถ้ารายได้มาจากการลงทุน เราก็คือ "นักลงทุน" I-Investor และถ้ารายได้เกิดจากการเป็น เจ้าของกิจการ ก็คือกลุ่ม B-Business Owner
เขาบอกว่าเราทุกคนต้องยืนอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของ เงินสี่ด้าน ขึ้นอยู่กับว่าเงินของเรามาจากไหน และในคนหนึ่งๆ อาจจะเป็นได้หลายชนิด
"พ่อรวย"บอกว่าทั้ง 4 ด้านสามารถก้าวสู่ความเป็น อิสระทางการเงิน ได้ทั้งสิ้น แต่ความรู้ความชำนาญจากการเป็น "เจ้าของกิจการ " และ "นักลงทุน" จะช่วยให้คุณก้าวสู่เป้าหมายเร็วขึ้น
ในโลกสี่แบบของคนสี่ประเภท "พ่อรวย" บอกว่า เพียงแค่รายได้จากการเป็น ลูกจ้าง หรือ ทำ ธุรกิจส่วนตัว เล็กๆ ซึ่งคุณต้องลงแรงเองนั้นไม่เพียงพอเสียแล้วสำหรับคนที่ต้องก้าวสู่ อิสรภาพทางการเงิน คุณต้องฉลาดกว่านั้น ซึ่งก็คือก้าวไปสู่การเป็น เจ้าของกิจการ หรือ นักลงทุน เพื่อที่จะ "ใช้เงินทำงาน" แทนตัวคุณ
ถ้าอ้างอิงจาก พ่อรวยสอนลูก ก็ต้องใช้คำว่า "เงินมองไม่เห็นด้วยสายตา แต่เห็นจากสมอง" อย่าดูที่ทรัพย์สิน เช่น บ้าน อสังหา แต่ต้องเห็นไปถึง โอกาสในการสร้างรายได้ของมัน หรืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของมัน
เป็นยังไงบ้างครับกันหนังสือคุณภาพเยี่ยมเล่มแรกที่ผมเอามาแนะนำให้ฟังกัน น่าสนใจมากเลยใช่ไหมครับ ที่ผมเอามาเล่าให้ฟังนี้ ยังเป็นแค่น้ำจิ้ม ที่เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ ยังมีสาระแง่คิดดีๆที่รอให้ท่านไปอ่านกันอีกมากเพราะฉะนั้นไม่ควรพลาดที่จะอ่านกัน ขอย้ำว่าเขียนดีมากครับ ทั้งภาษาสำนวนลงตัวมาก ใช้ภาษาที่ทำให้คล้อยตามแล้วก็เห็นภาพเลย
#1 By DnOb3ll (124.120.135.219) on 2008-02-11 23:20